เมื่อฉันหลงทาง(อีกแล้วเหรอ!!!) น้ำใจไต้หวัน

834

จริงๆบล็อกนี้ควรจะเขียนตั้งแต่วันแรกที่ถึงโฮสเทลซะด้วยซ้ำค่ะ เพราะว่าเหตุการ์ณเกิดวันแรกที่ไปถึงไต้หวัน ไทเปเลยก็ว่าได้ ทำไมน่ะเหรอ 

นอกเหนือจากจะห่วงถ่ายรูปกลับมาฝากแฟนเพจแล้วนั้น ระหว่างนั้นก็ทำซิมการ์ดของตัวเองที่ใช้ในไทยหายน่ะสิคะ เพราะไม่ระวังเองน่ะแหละ 

นอกจากนั้น พอไปยืนดูตารางเดินรถบัสที่จะวิ่งไปที่ไทเปเมนแล้วนั้น !!! อีก 2 นาทีรถออกเจ้าค่า รีบลากกระเป๋าใบใหญ่ ลงไปชั้นล่างท่ารถบัสโดยด่วนเลยล่ะ แต่ก็ไม่ทันค่ะ รถที่ออกไปนั้นคนเยอะมากค่ะ ด้านนอกฝนตกด้วย เลยต้องยืนรอรถที่เข้าคิวขึ้นรถเข้าเมืองสาย 1819 ไปก่อน รอประมาณ 5-10 นาที รถคันใหม่ก็วิ่งเข้ามาค่ะ 

 

ระหว่างทางเข้าไทเปฝนตกหนักค่ะ 

ระหว่างทางก็หาแผนที่ไปยังโฮสเทล (ขอสารภาพว่ามารอบนี้นั้นไม่มีแพลนการเดินทางใดๆในสมองทั้งสิ้น) พอดูแผนที่ก็โอเคล่ะคร่าวๆแบบนี้นะ โอเค มั่วเอาละกัน 

พอรถเลี้ยวเข้าไทเปเมนสเตชั่นทางออกทิศตะวันตก ติดกับฝั่งโรงแรม Cosmos รัตน์ก็กางร่ม คืนหางตั๋วให้กับพนักงานขับรถ แลกกับกระเป๋า แล้วลากกระเป๋า มุ่งตรงไปยัง ทิศใต้ของ Taipei Main Station คือกางร่มแล้วเดินลากกระเป๋าใบใหญ่ไปเรื่อยอ่ะ T T 

สำหรับใครที่จะเดินทางมายัง Star Hostel นะคะ หลังจากลงบัสแล้วก็ตามรัตเลย เดินลัดเลาะเลียบมุ่งหน้าไปยังทิศใต้ของไทเปเมนสเตชั่น จากนั้นเลี้ยวซ้ายจนสุดถนน จะมีสะพานลอยอยู่ฝั่งตรงข้ามตรงนั้นพอดี และตัวเราจะหันหน้าไปเจอ Q Square พอดีค่ะ 

เจอสะพานลอยปุ๊บฝั่งตรงข้ามปุ๊บให้ข้ามถนนไปยังฝั่งตรงข้ามอีกครั้ง ด้านซ้ายมือเราต้องเป็น Taipei Main Station และเขตการก่อสร้างค่ะ ข้ามถนนเสร็จปุ๊บ ให้มุ่งตรงไปข้างหน้าอย่างเดียวหันหลังให้ Taipei Main Station ตรงมาเรื่อยๆ ด้านขวามือเราจะเป็น Q Sqaure ค่ะ ตึกดำๆ ด้านซ้ายมือจะเป็นลานจอดรถ เจอแยกแรก ให้เลี้ยวซ้ายตรงไปเรื่อยๆถึงเลยจ้ะ 

สำหรับรัตน์ที่ยังไม่คุ้ยเคยกับถนนเล็กๆ ซอกซอยเท่าไหร่ของไต้หวัน พอเห็นถนนเล็กๆแยกแรกก็คิดว่าเป็นซอยไม่ใช่ถนนค่ะ……. ก็เลยเดินตรงไปเรื่อยๆผ่าน Mc จนเลี้ยวซ้ายสุดถนน เจอ City Inn ก็ยังไม่เจอซักที เอ๊ะ มันบอกว่าอยู่ตรงนี้ทำไมไม่เจอซะทีนะ !!! 

เลยถามทางแล้วจ้ากับคนไต้หวัน 2 คนเป็นแฟนกัน 

Excuse me Can you speak English? I cannot find this place… พร้อมเปิดแผนที่ชี้ๆให้ดู

No I can’t ผู้หญิงตอบมาแบบนี้พร้อมทั้งส่ายหน้า (โอ้ยอยากจะร้องไห้นี่เหนื่อยนะเนี่ยแบกกระเป๋าลากมาไกล) 

Let’s me see.. where is your place? เสียงผู้ชายที่พยายามพูดภาษาอังกฤษกับเราค่ะ แล้วฮีก็เอาชื่อโฮสเทลไปดู พร้อมขอดูแผนที่ค่ะ T-T จากนั้นก็หันไปคุยกันสองคน เถียงกัน ชี้มือชี้ไม้ กันอยู่สองคนอ่ะ แล้วก็หันมาบอกรัตน์ว่า Okay, we will take you there. พร้อมทั้งลากกระเป๋ารัตน์ไปด้วยเลย รัตน์บอกไม่เป็นไรเดี๋ยวจัดการเองกระเป๋าช้าน เค้าก็บอกไม่เป็นไรๆ  

และลากไปให้แบบที่เห็นค่ะ จริงๆ แค่เดินให้ถูกทางก็จะไม่หลงแล้วนะคะ พอถึงที่ผู้หญิงรออยู่ข้างล่าง ผู้ชายลากกระเป๋าไปส่งรัตน์ถึงชั้น 4 เลยค่ะ ขอบคุณมากๆ มากี่ครั้งก็ปลื้มคนที่นี่จริงๆเชียว  

พูดถึงเรื่องโทรศัพท์แล้วรัตน์ก็ถ่ายรูปราคามาให้นะคะ เป็นซิมที่สามารถเล่นอินเตอร์เน็มได้ค่ะ และแต่ละ Package ก็สามารถเลือกได้ค่ะ อย่างรัตน์มา 5 วัน ซื้อ ของจงหัวไป 500 เหรียญ มีเงิน Top Up โทรไปไหนก็ได้อีก 300 เหรียญ สำหรับ ตัว 5 วันแต่ 300 เหรียญนั้นมีเงินแค่ 50 เหรียญเท่านั้นเองอ่ะ

แนะนำให้ซื้อซิมตั้งแต่อยู่ที่สนามบินค่ะ เพราะสำหรับคนที่สื่อสารภาษาจีนไม่ได้แล้วนั้น การซื้อซิมอาจจะลำบากซักหน่อยค่ะ ที่นี่ ยื่นพาสปอร์ตแล้งก็โทรศัพท์และเงิน 5 นาทีก็เสร็จละค่ะ และปิดทำการเวลา 3 ทุ่มนะคะ